Charvel Guitars โดย Wayne Charvel นั้นเริ่มต้นจากการ Modified Strat guitars ให้สามารถเล่นเทคนิคระดับสูงได้รวดเร็วคล่องแคล่วขึ้นจนได้รับความไว้วางใจจากศิลปินระดับโลกและพัฒนากลายเป็นแบรนด์ระดับโลกในปัจจุบัน Body Shape จาก Charvel Guitars ถูกแบ่งออกเป็น 4 ทรงให้เลือกใช้งานได้ตามรสนิยมและความถนัดในการเล่น วันนี้เราจะพาไปทำความรู้จักกับ Body Shape ทั้ง 4 แบบกันครับ

1. San Dimas Style 1 และ Style 2



คำว่า San Dimas นั้นถูกตั้งขึ้นตามถิ่นกำเนิดของ Charvel Guitars นั่นคือ San Dimas, California นั่นเอง สำหรับ Body ทรง San Dimas Style 1 นั้นเป็นผลของความนิยมในการเล่นกีตาร์ที่มีเทคนิคระดับสูงและลูกเล่นแพรวพราวของบรรดากีตาร์ฮีโร่ในยุค 80s ซึ่งเริ่มต้นมาจากการ Modified Stratocaster guitar นั่นเอง

ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ San Dimas เป็น Body ที่ทำให้เล่นได้คล่องแคล่วและรู้สึกสบายจาก Contoured Body ที่มีการขุดบอดี้ช่วงด้านบนเพื่อให้รับกับสรีระจึงเล่นได้สบายขึ้น มีให้เลือกทั้งรุ่นที่ Bridge เป็น Hardtail และ Floydrose


จุดสังเกตของ San Dimas Body นั้นจะไม่มี Pickguard และใช้ไม้ Alder ในการผลิตเป็นส่วนมาก (ยกเว้น Guthrie Govan Signature) พบได้ในทุกๆ Series ตั้งแต่ Pro-Mod รวมไปถึง USA Select และ Artist Signature


สำหรับ San Dimas Style 2 นั้นจะแตกต่างกับ Style 1 ตรงที่เป็น Body แบบ Single-Cutaway และในปัจจุบัน (ปี2020) จะพบได้ในรุ่น Signature ของ Joe Duplantier ทั้ง 3 รุ่นโดย Body จะเป็นไม้ Mahogany และ USA Select ที่ Body จะเป็น Alder


2. So-Cal Style 1



Body แบบ So-Cal Style 1 นั้นพบได้ตั้งแต่ช่วงปลายปี 1970s โดยมีจุดสังเกตที่ทำให้จดจำได้ง่ายคือการติดตั้ง Pickguard และคันโยก Floydrose Double-locking bridge ทำให้เป็นกีตาร์ที่ดูมีความผสมผสานทั้งความเป็น Vintage และ Modern

อีก 1 จุดเด่นของ So-Cal Style 1 ใน Pro-Mod Series ก็คือการเลือกใช้สีที่โดดเด่นและมีการเปลี่ยนแปลงโทนสีในทุกๆปีเช่นสีแบบ Neon สะท้อนแสงในช่วงปี 2018-2019 จนในปี 2020 นี้ก็จะเป็นสีใหม่ในแบบ Pastel และ Metalic

Charvel So-Cal Style 1
พบได้ใน Pro-Mod Series ,USA Select และ Jake E Lee Signature ที่จะแตกต่างจากรุ่นอื่นๆที่ใช้ไม้ Ash สำหรับ Body และ Bridge เป็นแบบ Hardtail



3. So-Cal Style 2



ในปี 2020 นี้ So-Cal Style 2 ได้มีการปรับปรุงหลายๆจุดให้มีความแตกต่างจาก Style 1 และดูมีความเป็น Modern มากขึ้น

So-Cal Style 2 มาใน Body แบบ Single cutaway ที่มีการติดตั้ง Pickguard และมี Pickup แบบ Humbucker/Humbucker ล่าสุดในปี 2020 จะมาพร้อมกับ Features  สุด Premium ในปี 2020 ได้แก่ คอและ Fingerboard ที่เป็น Caramelized Maple ,Bridge ที่มีทั้งแบบ Hardtail และ Gotoh custom 510 tremolo 2PT, การเลือกใช้ Pickup Fishman Fluence และโดดเด่นด้วย Reverse Licensed Fender Telecaster Headstock  

So-Cal Style 2 พบได้ใน Pro-Mod Series ที่มีให้เลือกระหว่าง Bridge แบบ Hardtail ซึ่ง Body จะทำจากไม้ Alder และ Bridge Gotoh custom 510 2PT ที่ Body จะทำจากไม้ Ash


4. Dinky (DK)





Body ซึ่งดั้งเดิมเป็นการออกแบบโดย Jackson Guitars ในช่วงปี 1990s โดยจะมีจุดเด่นที่ Body จะมีขนาดเล็กกว่าทรงอื่นๆและน้ำหนักที่เบาลงทำให้เล่นได้คล่องแคล่วและสบายไหล่มากขึ้น

Dinky จะเป็น Body ทรงที่มีความหลากหลายของ Specs ให้ได้เลือกใช้งานเช่น Bridge นั้นจะมีทั้งแบบ Hardtail, Floydrose และ Gotoh custom 510 ,Pickup Configuration ทั้งแบบ H-S-S, H-S-H, และ H-H และใน Model ล่าสุด DK22 S-S-S ทำให้สามารถเลือกใช้งานได้หลากหลายสไตล์


Features เด่นๆอื่นเช่น Caramelized Maple Neck/Fingerboard , Output Jack แบบ Beveled ที่อยู่ด้านหลัง Body ซึ่งช่วยลดปัญหาการเหยียบสายแจ็คแล้วหลุดระหว่างใช้งาน


Dinky Body พบได้ใน Pro-Mod Series, USA Select Series และ Signature ของ Satchel ,Angel Vivladi และ Warren Demartini (Frenchie)